มาทำความรู้จักกาแฟ “อาราบิก้า” ที่มีคุณภาพกันดีกว่าค่ะว่าเป็นอย่างไร

มาทำความรู้จักกาแฟ “อาราบิก้า” ที่มีคุณภาพกันดีกว่าค่ะว่าเป็นอย่างไร

กาแฟสายพันธุ์ “อาราบิก้า” นั้นเป็นกาแฟที่มีการปลูกกันมากที่สุดในโลก โดยจะเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 60 ซึ่งจะมีการปลูกมากที่สุดในประเทศบราซิล เอธิโอเปีย และ โคลอมเบีย ถ้าหากคุณพุดถึงคุณภาพของกาแฟที่ทำการซื้อขายในตลาดนั้น ต้องมองให้เป็น 2 ส่วน นั้นก็คือ 

มาทำความรู้จักกาแฟ “อาราบิก้า” ที่มีคุณภาพกันดีกว่าค่ะว่าเป็นอย่างไร
  • คุณภาพทางกายภาพ อาทิเช่น ขนาดเมล็ด น้ำหนัก สี และ คุณภาพทางรสชาติรวมถึงกลิ่น ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ ตั้งแต่สายพันธุ์ที่ทำให้มีรสชาติมีเอกลักษณ์แบบเฉพาะตัวจะมีความแตกต่างกัน โดยสภาพอากาศของพื้นที่ปลูก และ ชนิดของดินแร่ธาตุอาหารในดิน การปลูกการดูแลรักษาสวนกาแฟ วิธีการแปรรูป การเก็บรักษา การเก็บเกี่ยว รูปแบบการคั่ว รวมไปถึงวิธีการชง ปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งเหล่านี้มีผลต่อคุณภาพการชงดื่มในแก้วกาแฟได้ทั้งสิ้น ซึ่งการพิจารณาด้านคุณภาพทางกายภาพและรสชาติของกาแฟนั้นมีการตรวจสอบตามมาตราฐาน วิธีการต่าง ๆ รวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทางองค์กรในประเทศ และ ต่างประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านอุตสากรรมกาแฟที่ได้จัดทำขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น มาตรฐานคุณภาพของเมล็ดกาแฟ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Green beans ก็จะมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ แต่ในประเทศไทยจะมีมาตรฐานทั่วไปของเมล็ดกาแฟ อาราบิก้า ที่ทางสำนักงานมาตราฐานสินค้าเกษตร และ อาหาแห่งชาติ มกษ. 5701-2561 ได้กำหนดไว้ ส่วนในเรื่องคุณภาพรสชาติการชิม หรือ ที่เราเรียกกันว่า Cup Testing นั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะอ้างถึงหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานของสมาคมกาแฟชนิดพิเศษ หรือ The Specialty Coffee Association (SCA) ในการประเมิณเรื่องคุณภาพของกาแฟชนิดพิเศษเหล่านี้ ซึ่งจะมีการนำไปปรับเปลี่ยน วิธีการประเมินที่ให้ความเหมาะสมกับ ผู้ที่ใช้ในแต่ละองค์กร โดยผู้ที่ทำการประเมินจำเป็นต้องมีทักษะ ในเรื่องการฝึกฝน และ ต้องมีประสบการณ์ที่ทำให้สามารถตรวจสอบคุณภาพได้อย่างถูกต้องมากที่สุด แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คุณภาพกาแฟสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ก็จะขึ้นอยู่กับความชื่นชอบในเรื่องของรสชาติกาแฟแต่ละบุคคล
  •  สำหรับวิธีการที่ให้ได้มาซึ่งกาแฟคุณภาพที่มีมาตรฐานตามที่ทาง สวพส. กำหนดเอาไว้ ในขั้นตอนหลักที่สำคัญของการผลิตกาแฟมาตราฐานแบบเปียก หรือ Fully wet process ที่ทางเกษตรกรต้องคำนึงถึงอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้การผลิตกาแฟของคุณนั้นดียิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ 
  • ผลกาแฟที่มีคุณภาพที่ดีนั้น จะต้องใชเวลาจากระยะที่ติดผลจนถึง ระยะที่สุกเต็มแก่โดยเฉลี่ยแล่วจะอยู่ที่ประมาณ 7 – 8 เดือน เพราะโดยส่วนใหญ่จะเป็นกาแฟที่ปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศเย็น ถ้าหากกาแฟที่ติดผลและสุกแก่เร็วกว่า 7 เดือน อาจจะได้รับเมล็ดกาแฟที่มีรสชาติที่ด้อยกว่า เพราะว่าจะมีระยะเวลาในการสะสมของธาตุอาหารที่สั้นมากกว่า จึงทำให้ผลนั้นสุกเร็ว และในบางครั้งทำให้เมล็ดกาแฟฝ่อ และมีน้ำหนักบางเบา นั้นเอง 
  • ผลกาแฟแบบปกติ 1 จะมีเมล็ด (Beans) 2 เมล็ด เพราะโดยทั่วไปแล้ว กาแฟเชอร์รี่ จะมีลักษณะที่เป็นผลสุกที่เป็นสีแดง รูปลักษณะจะคล้าย ๆ กับกาแฟเชอร์รี่ เพราะเนื่องจากมีลักษณะที่มีผลสุกเป็นสีแดง คล้ายผลเชอรี่ หากผลกาแฟที่ผิดปกตินั้นจะมีเมล็ด ลักษณะกลมเพียงแค่ 1 เมล็ดรูปทรงจะคล้าย ๆ ถั่ว เรียกว่า Pea berry เปลือกชั้นนอกสุดที่ห่อหุ้มผลของกาแฟ (Outer skin) จะมีลักษณะสีที่แตกต่างกันออกไปตามคุณลักษณะของสายพันธุ์ต่าง ๆ อาทิเช่น สีแดงเลือดนก, สีแดงสด, สีเหลือง และ สีส้ม เป็นต้น ผลกาแฟอาราบิก้า ที่สุกแก่พร้อมเก็บเกี่ยวและให้เมล็ดนั้นมีคุณภาพจะต้องจับแล้วนิ่ม ไม่แข็ง หรือ สุกเน่าจนเกินไป 
มาทำความรู้จักกาแฟ “อาราบิก้า” ที่มีคุณภาพกันดีกว่าค่ะว่าเป็นอย่างไร

เมื่อได้ผลกาแฟที่พร้อมสำหรับนำมาแปรรูปแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการแปรรูปที่เป็นวิธีการที่จะได้มานั้น เมล็ดกาแฟที่แสดงออกมา รวมถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสายพันธุ์นั้น คือ การแปรรูปแบบเปียก หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Wet Process ซึ่งกระบวนการนี้จะเป็นการใช้น้ำลงไปในกระบวน ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 ขั้นตอนที่เรียกง่าย ๆ เลยนะคะ นั่นก็คือ โม่ หมัก ล้าง และ ตาก ซึ่งใสนแต่ละขั้นตอนนั้นก็จะมีความสำคัญที่ทางเกษตรกรต้องหมั่นใส่ใจ เพื่อให้เมล็ดกาแฟทุกเมล็ด มีคุณภาพมากที่สุด นั้นเองค่ะ